ขายอะไรดี

 

จะขายของอะไรดี

สินค้าอะไรที่ลูกค้าต้องการ

สินค้าขายดีคืออะไร  อะไรคือสินค้ายอดนิยม

เป็นคำถามที่มักพบได้บ่อยๆ ในอินเตอร์เน็ต  หลายคนมีงานประจำแต่อยากหารายได้เสริม เผื่อต่อยอดเป็นธุรกิจส่วนตัว  บางคนมีเงินลงทุนแต่ยังไม่รู้จะทำอย่างไรให้เพิ่มค่า  คำถามคือเราจะทำอะไรดีให้ทรัพย์สินอันได้แก่ เงิน เวลา ความสามารถ ความคิด ของเรางอกเงยมาเป็นผลกำไร  ตรงนี้ถ้าพิจารณาให้ดีหลายท่านมองข้ามช๊อตไป  เพราะไปเล็งที่จะ “ขายอะไรดี” ซึ่งมักทำให้ตีความไขว้เขวไปได้ว่าของนั้นเป็นสินค้าที่จับต้องได้ (Tangible Goods) ทั้งที่ความจริงเรายังขายอย่างอื่นได้อีก เช่น ความสามารถ, ความคิดสร้างสรรค์, เวลาของเรา, คำแนะนำ และอื่นๆ อีกมากมาย  ถ้ายังนึกภาพไม่ออกผมพอจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนได้ 2-3 อย่าง เช่น วาดรูปเก่ง เลยขายความสามารถในการรับจ้างวาดภาพประกอบ, มีเวลาว่างมาก  เลยให้บริการรับจองคิว  หรือมีประสบการณ์ในการทำขนมมาก  เลยเปิดสอนทำขนม  ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การขายของ แต่เป็นการขายบริการ หรือขายสินค้าที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Goods)  ทีนี้เราต้องย้่อนกลับมามองว่าเรามีความสามารถ หรือความสนใจในเรื่องใดเป็นพิเศษ  สิ่งใดที่เราทำได้ดีกว่าคนทั่วไป  คนอื่นแข่งกับเราได้ยาก  หรือสิ่งที่มีคนต้องการแต่ยังไม่มีใครเคยทำ  ถึงตรงนี้ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้สำคัญ หรือเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจอย่างไร  อยากให้ลองอ่านเรื่อง | ค้นหา Passion ในตัวคุณ | ครับ  แล้วคุณจะรู้ว่าความลุ่มหลงในสิ่งที่ทำนั้นสำคัญอย่างไร

 

ขั้นต่อไป หากคุณรู้แล้วว่าสนใจอะไรเป็นพิเศษลองพิจารณาเรื่องประสบการณ์ที่คุณมีเกี่ยวกับสิ่งที่คุณชอบว่าจะหาเงินจากสิ่งนั้นได้อย่างไร  แล้วในวิธีการของคุณนั้น  เมื่อพิจารณากับเงินทุนที่คุณมี  และทรัพยากรอื่นๆ เป็นไปได้หรือไม่  เช่น  คุณเป็นคนที่ชอบจักรยานเก่ามาก  ชอบขี่  ชอบดู  ชอบสะสม  สนใจทุกอย่างที่เกี่ยวกับจักรยานเก่า  จากประสบการณ์ที่คุณมีต่อวงการจักรยานเก่า  คุณทราบดีกว่าจะซื้อที่ใดถึงราคาถูก  ชิ้นส่วนอะไหล่ขายที่ไหนอย่างไร  คุณพอมีฝีมือทางช่างอยู่บ้าง  สามารถดัดแปลงตกแต่งจักรยานได้ด้วยตนเอง  และพอมีเวลาที่จะทำมันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์  แต่คุณไม่มีเงินสดมากพอที่จะเปิดร้านจักรยาน  หรือซื้อจักรยานมาไว้ในสต๊อคเพื่อขายจำนวนมาก  หลังจากที่คุณได้วิเคาระห์เกี่ยวกับทรัพยากรที่คุณมีแล้ว  ผลการวิเคราะห์จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง หรือแนวทางในการทำธุรกิจให้คุณเอง  ซึ่งในกรณีนี้ข้อจำกัดอยู่ที่เงินทุน  กับสถานที่จัดจำหน่าย  เพราะฉะนั้นทางออกอาจเป็น  การฝากขายผ่านหน้าร้านของผู้อื่น  การขายผ่านหน้าร้านออนไล์ (E-Commerce)  หรือขายผ่านเว็บตัวแทนต่างๆ  เป็นต้น

 

จักรยานเก่าของประเทศญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตามยังมีอีกแนวคิดหนึ่งที่ตรงกันข้ามกับวิธีข้างต้นโดยสิ้นเชิง  นั่นคือการมองธุรกิจแบบพ่อค้า หรือนักลงทุน  วิธีนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความชอบหรือความสนใจของผู้ประกอบการเป็นหลัก  หากแต่มองตลาด ความเป็นไปได้ และมูลค่าของผลตอบแทนเป็นเกณฑ์  เพื่อหาโอกาสในการทำธุรกิจ  เช่น  ช่วงนี้กระแสจักรยานคลาสิคกำลังมาแรงในกรุงเทพ  ในญี่ปุ่นมีจักรยานคลาสิคเก่าๆ ขายราคาถูกจำนวนมากเพราะคนญี่ปุ่นไม่นิยมเล่นจักรยานเก่ากัน  จึงเป็นโอกาสดีที่จะนำเข้าจักรยานเก่าจากญี่ปุ่นมาขายในตลาดนักเล่นจักรยานของไทย  เป็นต้น  สังเกตว่าวิธีการนี้แค่มองหาโอกาสทำกำไรเท่านั้น  หากการประเมินโอกาสมีผลว่ามีความเสี่ยงสูง  เช่น  ต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราสูงมาก  มีคู่แข่งมากราย  ฯลฯ  ผู้ประกอบการก็อาจจะเปลี่ยนใจไม่ลงทุนในธุรกิจดังกล่าว  ซึ่งในกรณีข้างต้น ทาง microBrand ได้พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการคาดการณ์ SMEs ที่มีแนวโน้มดีในปี 2556 โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  1. กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ จากการขยายตัวของการผลิตรถยนต์ ป้อนผู้สั่งจองในประเทศจากนโยบายรถคันแรก และตลาดในต่างประเทศเริ่มทยอยฟื้นตัว โดยคาดว่าในปี 2556 การส่งออกรถยนต์จะขยายตัวได้มากกว่า 20% ซึ่งSMEsกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และผู้ให้บริการประดับยนต์ ก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย
  2. กลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรและพลังงานทดแทน เช่น ยางและผลิตภัณฑ์จากยางพารา มีแนวโน้มดีขึ้นจากเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัว และการร่วมมือเพื่อลดกำลังการผลิตจะทำให้ราคายางพาราดีขึ้น, พลังงานทดแทนจากพืช เนื่องจากความผันผวนของราคาน้ำมันจากปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ
  3. กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการไลฟ์สไตล์ ที่สอดคล้องกับความต้องการและพฤติกรรมการบริโภคของคนเมือง คนชั้นกลาง และคนรุ่นใหม่ เช่น ของขวัญ ของชำร่วย สินค้าแฟชั่น สินค้าเชิงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งในประเทศไทยมีSMEsจำนวนมากที่ดำเนินธุรกิจด้านนี้อยู่
  4. ธุรกิจในกลุ่มก่อสร้าง จะมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นในปี 2556 อันเป็นผลมาจากมาตรการลงทุน ของภาครัฐตามกรอบแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายตัวของการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงานตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งมูลค่าการลงทุนน่าจะขยายตัวได้มากกว่า 10% โดยSMEsที่เป็นผู้รับช่วงการผลิตจากผู้รับ เหมารายใหญ่ก็จะได้ประโยชน์
  5. ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม เป็นผลมาจากความคืบหน้าของการประมูล 3G จะทำให้มูลค่าตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโตมากขึ้น รวมทั้งกลุ่มเคเบิลและทีวีดาวเทียมที่คาดว่าจะมีปริมาณผู้รับชมในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น เพราะมีผู้ดำเนินการรายใหม่เข้ามาแข่งขัน ซึ่งก็มีSMEsหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มที่พัฒนาแอพพลิเคชั่น กลุ่มผู้ผลิต digital content ผู้ผลิต computer graphic กลุ่มผู้ผลิตรายการบันเทิง เป็นต้น
  6. กลุ่มการผลิตและบริการเพื่อสุขภาพและความงาม เช่น อาหารเสริม สมุนไพร เครื่องสำอาง อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ บริการด้านสุขภาพ บริการด้านความงาม เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทยมีSMEsเป็นผู้ผลิตและผู้ให้บริการทางด้านนี้จำนวนมาก
  7. กลุ่มธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก บริการรถรับจ้างรถเช่า เนื่องจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดนักท่องเที่ยว และแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน เศรษฐกิจเอเชีย-อาเซียน และบางประเทศในยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มที่นิยมมาท่องเที่ยวในประเทศไทย
  8. กลุ่มธุรกิจด้านสันทนาการ เนื่องจากความต้องการบริการด้านนี้ขยายตัวมากขึ้น ประกอบกับการมีลู่ทางขยายตลาดไปในเอเชียและอาเซียนมากขึ้น ธุรกิจกลุ่มนี้ ก็เช่น ภาพยนตร์ ละคร ดนตรี กีฬา ข่าวสาร สารคดี รายการทีวี และเคเบิลทีวี มีทั้งSMEsที่ดำเนินธุรกิจดังกล่าวนี้เอง และSMEsที่รับช่วงงานจากธุรกิจรายใหญ่

ข้อมูลจาก Thai-AEC อ้างถึงหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

สินค้าเวชสำอางค์

 

ส่วนที่ www.tarad.com เว็บไซต์ขายของออนไลน์ได้มีการจัดอันดับ 12 สินค้าออนไลน์ที่มีผู้เข้าชมสูงสุด พบว่า อันดับที่ 1 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมปรับสภาพสีผิวให้ขาวกระจ่างใส  2.ว่านชักมดลูก แคปซูล สูตรพิเศษ  3.น้ำยาย้อมสีผม  4.แผงโซลาร์เซลส์  5.แคปซูล Detox  6.สมุนไพรตกขาว  7.อาหารเสริมบำรุงผิว  8.ไวท์ซีเครทพลัส  9.เครื่องทำไอครีมเพื่อสุขภาพ  10.ชุดแต่งรถยนต์มิราจ  11.เครื่องทำน้ำแข็งยูนิต  และ 12.ชุดแต่งรถยนต์ปาเจโร่  ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่ามากกว่าครึ่งเป็นสินค้าที่เกี่ยวกับความสวยความงามของสุภาพสตรี จำพวกเครื่องสำอางค์ และเวชสำอางค์ | ดูรายงานฉบับล่าสุดที่นี่ | อย่างไรก็ตามรายการดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อสรุป  เพียงแต่ใช้ประกอบการพิจารณาได้เท่านั้น  ซึ่งทาง microBrand จะทำการสำรวจตามตลาด และร้านค้าต่างๆ เพื่อรายงานผลประกอบการพิจารณาที่แม่นยำยิ่งขึ้นในโอกาสหน้า

 

สุดท้ายนี้  ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจขายอะไร หรือทำธุรกิจอะไร เราเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า

ลำพังเพียงความชอบไม่อาจทำให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จได้

และการทำธุรกิจโดยปราศจากความรัก

ก็ไม่อาจทำให้กิจการยั่งยืนได้เช่นกัน

 

m.Phat เขียนเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2556

comment